หมากแพง
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนโต
เทศน์พระ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๙
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ
ทำไมมีความจำเป็นต้องฟัง
ฟังธรรมะ ฟังธรรมะเพื่อกลั่นกรองหัวใจของตัวไง เพราะธรรมะจากหัวใจของตนก็เกิดขึ้นมาเหมือนกันไง เวลาคนที่ธรรมเกิดๆ ธรรมเกิดๆ พอจิตสงบแล้วมันจะรู้มันจะเห็นของมันน่ะ มันจะมีปัญญาของมันเคลื่อนไหวไปของมันไง นี่ธรรมเกิด ถ้าธรรมเกิด มหัศจรรย์ด้วยนะ ธรรมเกิด เพราะเราคิดไม่ถึง คาดไม่ได้ แล้วมันเกิด นั่นธรรมเกิด แต่มันไม่ใช่มรรค
เวลาเป็นมรรคเป็นผลขึ้นมา มีสติสัมปชัญญะควบคุมดูแลรักษา ยกขึ้นสู่วิปัสสนาใช้สติปัญญาไปมันแตกต่างกันไป สุตมยปัญญา จินตมยปัญญา ภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดขึ้นจากสติสัมปชัญญะ ปัญญาเกิดขึ้นจากการควบคุมและดูแล ปัญญาเกิดขึ้นจากการฝึกหัดของตนขึ้นมา มันจะเป็นภาวนามยปัญญาที่มหัศจรรย์
ความมหัศจรรย์ เราควบคุมดูแล ควบคุมดูแลขึ้นไป เห็นไหม ถ้ามันไม่สมุจเฉทปหาน มันไม่มีขณะ มันไม่เป็นสัจจะความจริงขึ้นมา มันเสื่อมได้
เวลามันเสื่อมขึ้นไปนะ เอ๊ะ! ทำไมมันเป็นอย่างนี้ล่ะ เอ๊ะ! เอ๊ะ!
“เอ๊ะ!” นี่สำคัญมากเลย แต่คนเราส่วนใหญ่แล้วมันไม่ “เอ๊ะ!” มันเอาสัญญา ความจำได้หมายรู้มาเป็นธรรม เอาความจินตนาการตั้งแต่อดีตชาติ ตั้งแต่ครั้งดึกดำบรรพ์โพ้นนู้นมาวินิจฉัย แล้วว่าเป็นธรรมๆ ไง เป็นธรรมๆ มันก็เป็นสัจจะความจริงไง
นี่ฟังธรรมๆ ฟังธรรมเพื่อสัจจะความจริงอันนั้น ถ้าฟังธรรมเพื่อสัจจะความจริงอันนั้น สัจจะความจริงอันนั้นอยู่ที่ไหน
สัจจะความจริงอันนั้นก็อยู่ที่ชีวิตเรานี่ไง อยู่ที่ภวาสวะ อยู่ที่ภพ อยู่ที่จิตเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ
จิตดวงใดไม่มีมรรค จิตดวงนั้นไม่มีผล
จิตดวงใดมีมรรคขึ้นมา มรรคผลมันเป็นอย่างไร
ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่อัตตกิลมถานุโยค กามสุขัลลิกานุโยค ไม่ใช่ทางสองส่วนของโลกนี้ ไม่ใช่ถูกและผิด ไม่ใช่
ถ้าเป็นความจริงๆ มันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตน ถ้าเป็นสัจจะความจริงขึ้นมาในหัวใจของตน สนฺทิฏฺฐิโก รู้แจ้งเฉพาะหัวใจของตน ถ้ารู้แจ้งเฉพาะหัวใจของตนแล้ว สนฺทิฏฺฐิโก ไม่ต้องให้ใครรับรอง ไม่ต้องให้ใครรับประกันทั้งสิ้น มันเป็นสัจจะเป็นความจริงอันนั้น แล้วถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงอันนั้น เห็นไหม มันเหนือสามโลกธาตุ
วัฏฏะไง กามภพ รูปภพ อรูปภพ มันเหนือ พอมันเหนือขึ้นมาแล้วมันไม่คล้อยตามใครใดๆ ทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่คล้อยตามไปนั้นมันเป็นอดีตอนาคต มันเป็นเรื่องของโลกียปัญญา มันเป็นเรื่องของโลก เป็นเรื่องของเทวดา เป็นเรื่องของอินทร์ เป็นเรื่องของพรหม ที่เทวดา อินทร์ พรหมก็เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเหมือนกัน มันไม่มีใครแตกต่างกันไป มันไม่มีใครเหนือใคร มันมีแต่บุญและบาป ผิดหรือถูก ชั่วและดี
เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมานะ มีคนคุ้มครองดูแล ค้ำจุนดูแลมา มันเป็นความมหัศจรรย์
เวลาเราเกิดมาขี้ทุกข์ขี้ยากไม่มีใครดูแลนะ เขายังเบียดเบียนเราอีกต่างหาก แสนทุกข์แสนเข็ญ เราเกิดมาในสังคม เวลาข้าวยากหมากแพงไง ในสมัยพุทธกาล พราหมณ์นิมนต์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำพรรษาไง แล้วข้าวยากหมากแพง มันเกิดภัยพิบัติขึ้นมาไง
บังเอิญมีพ่อค้าโคต่างเขาเอาม้าไปขาย เขามีอาหารมาด้วยไง ม้ามันกินข้าวกล้องวันละ ๑ ทะนาน เวลาพระไปบิณฑบาต พระอานนท์ไง เขาก็ใส่มา ๑ ทะนาน พระอานนท์เอาน้ำพรมๆ แล้วบดๆ บดเป็นผงไปถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะภิกษุทำอาหารให้สุกเองไม่ได้ ปรุงแต่งได้ ได้มาแล้วปรุงรสได้ แต่ทำของดิบให้เป็นของสุกไม่ได้ เป็นอาบัติทั้งนั้นน่ะ
พระอานนท์ เอาข้าวกล้อง เอาหินบด บดให้เป็นแป้ง แล้วเอาน้ำพรมๆ ถวายพระพุทธเจ้าทั้งพรรษา
ข้าวยาก เพราะอะไร
เพราะเขาไม่มี ที่ขี้ทุกข์ขี้ยาก ทุกข์ยากไปหมดน่ะ
ออกพรรษาแล้วพราหมณ์ที่นิมนต์ไว้ระลึกได้ว่านิมนต์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจำพรรษาแล้วลืม นิมนต์เข้าไปในราชวัง เพราะเขาปกครองด้วยพราหมณ์
ขอขมาลาโทษองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะมารดลใจให้ลืม มารดลใจให้คิดถึงไม่ได้ นี่มันถึงคราว คราวข้าวยากหมากแพง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นิมนต์ให้เข้าไปฉันในวัง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอนุโมทนากับพระภิกษุทั้งหลายไง “พวกเธอชนะแล้ว” ชนะความขาดแคลน ชนะทุกๆ อย่างที่กิเลสไง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานนะ พระกัสสปะจะไปเข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เขาบอกว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วไง
พระกัสสปะพระอรหันต์ธรรมสังเวช พระที่ขั้นมีตอนก็สลดใจ ปุถุชนคนหนาคร่ำครวญร้องไห้
หลวงตาบอก ร้องไห้ทำไม พระพุทธเจ้าตายไปแล้วยอดเยี่ยมเลย ต่อไปนี้ไม่มีใครจ้ำชี้จ้ำไชแล้ว อยู่สุขอยู่สบาย อยู่ตามกิเลสมันพลิกมันแพลงไง
พระกัสสปะเศร้าใจมาก
เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกพระอานนท์ “อานนท์ อีก ๓ เดือนข้างหน้าเขาจะทำสังคายนา เธอจะได้เป็นพระอรหันต์ในวันนั้น”
เวลาพระกัสสปะจะไปเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัทธิวิหาริกลูกศิษย์ของพระกัสสปะทั้งนั้นน่ะ ที่เป็นธรรมๆ ก็มี ที่พอถูพอไถก็ได้ ไอ้ที่เป็นมารน่ะ “เยี่ยมเลย ตายแล้วดีเยี่ยมเลย ยอดเยี่ยมเลย ต่อไปนี้ไม่มีใครจ้ำจี้จ้ำไช”
มันสะเทือนใจพระกัสสปะไง ขนาดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพิ่งปรินิพพาน พระยังเป็นได้ขนาดนั้น ฉะนั้น จะต้องรักษาธรรมและวินัยนี้ไว้ ทำสังคายนาๆ
นี่ไง หัวใจของคนมันแตกต่างหลากหลายกันไป วุฒิภาวะของหัวใจมันแตกต่างกันไป เวลาที่เกิดภัยพิบัติ เวลาเกิดข้าวยากหมากแพง ผู้ที่เป็นธรรมๆ มันธรรมสังเวช
เพราะสรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง ฤดูกาลวันคืนเดือนปีมันผ่านไปตลอดเวลา ถ้าเราคุมหัวใจของเราได้ เราดูแลหัวใจของเราได้ เหตุการณ์ต่างๆ มันต้องผ่านพ้นไปทั้งสิ้น
แต่ถ้าไม่มีสติไม่มีปัญญา กระวนกระวาย ตีโพยตีพาย “มันไม่เป็นธรรมๆ”
มันไม่เป็นธรรม ไม่เป็นธรรมก็ใจเอ็งนั่นแหละ ถ้าใจเอ็งเป็นธรรมขึ้นมา สรรพสิ่งมันเป็นธรรมทั้งนั้นน่ะ เป็นธรรมเพราะใจเอ็งที่เป็นธรรมไง ถ้าใจเอ็งไม่เป็นธรรมขึ้นมา อะไรก็ไม่เป็นธรรมทั้งสิ้น เพราะมันไม่พอใจตัวไง เพราะมันไม่ได้ดั่งใจของตัวไง เพราะใจมันจะเอาแต่ใจของตัวไง
แล้วใจของตัวมีธรรมหรือมีกิเลสล่ะ
ถ้ามีกิเลส กิเลสมันก็ครอบงำไง ครอบงำก็ “นี่ก็เป็นธรรมวินัยไง” ก็ธรรมวินัยของกิเลส
ถ้าไม่อ้าง มันทำไหม มันไม่ดูแลด้วย แต่มันจะเอาเหตุเอาผล เอาคะคานกันนะ แบกธรรมมาเลยนะมึง แบกวินัยมาด้วย อ้างไปหมดเลย ถึงเวลาแล้วถ้าเป็นจริงเป็นจังมันไม่เอา แต่เวลามันคะคานกันมันจะเอา มันจะเอามาเพื่อคะคานกันไง นี่ธรรมของกิเลส
แต่ถ้าเป็นธรรมจริงๆ นะ มันกรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม เขามืดบอด มันเรื่องของสัตว์ เรามีสติปัญญา เราไม่สู้รบตบมือกับใครทั้งสิ้น ชนะตนคือชนะความทิฏฐิมานะความเห็นต่างๆ ชนะทั้งสิ้น ชนะตนแล้วชนะผู้อื่นด้วย
กรรมของสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม
ข้าวยากหมากแพง เวลาเป็นทางโลกนะ เวลาข้าวยากขึ้นมา เขาทุกข์เขายากขึ้นมา ถ้าเขามีวาสนาอยู่บ้าง เขาจะมีคนค้ำจุนดูแลรักษา นี่ไง เวลาข้าวยาก รักษาดูแลกันได้
หมากแพง หมากแพงคือมันจะเอาแต่อาหารที่ประณีต อาหารที่ดีงามไง กินหมาก กินปูน นั่นน่ะข้าวยากหมากแพง เวลาเราเป็นพระไง บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ปัจจัยเครื่องอาศัย นี่ศีลและธรรม
ศีล – ข้าว
ธรรม – หมาก
ข้าวยากหมากแพง ศีลมีไหม ถ้าศีลเป็นศีล ศีลเป็นศีลแล้วจบ สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา ศีลมีความสงบสุข ศีลมีโภคสมบัติ มั่นคงแข็งแรง ไม่ทุกข์ไม่ยากกับใครทั้งสิ้น ถ้ามีศีล
ถ้ามีธรรม โอ้โฮ! มหัศจรรย์เลย นี่ไง ถ้ามีธรรม เห็นไหม เวลาธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ ถ้ามันมีเหตุมีผลของมัน มันเป็นธรรม ถ้ามันเป็นธรรมขึ้นมาในหัวใจของตน
ถ้ามีศีลมีธรรม มันไม่ข้าวยากหมากแพงไง
ถึงโลกจะข้าวยากหมากแพงตามแต่เวไนยสัตว์ สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ถึงฤดูกาลแล้วมันเป็นของมันโดยเวรโดยกรรมของสัตว์ นั่นมันก็เป็นเรื่องของโลกไง เราอยู่กับโลก เราจะไปกระเทือนกับโลกหรือ เขายิ่งข้าวยากหมากแพง เรายิ่งเห็นธรรม เขายิ่งทุกข์ยิ่งยาก เรายิ่งเห็นทุกข์ นั่นน่ะเทศน์กัณฑ์ใหญ่ๆ ทั้งนั้นน่ะ
เวลาไปบิณฑบาตเห็นเขาทุกข์เขายาก เห็นไหม ชีวิตนี้ โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ มันมีอะไรคงที่
ถ้าการศึกษาทางประวัติศาสตร์ มีแว่นแคว้นใดที่มั่นคง มันเป็นพันๆ ปี เป็นยุคเป็นสมัยมาเลย ทวาราวดีอย่างนี้ เวลาศรีวิชัยอย่างนี้ ศาสนารุ่งเรืองมากนะ โอ้โฮ! มันรุ่งเรืองเจริญงอกงาม แต่ถึงเวลาแล้ว ตอนนี้ก็เมืองหลวงของพระพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ นี่ไง ในเมืองไทยนี่ไง แล้วเมืองหลวงของพระพุทธศาสนา เราก็เป็นพระไง
แล้วเมืองหลวงของพระพุทธศาสนา บุคลากรทางพระพุทธศาสนามันเป็นธรรมไหม
ปจฺจตฺจํ สนฺทิฏฺฐิโก ถามตัวเอง ก็ถามกูนี่ กูเป็นธรรมหรือเปล่าวะ ถามใคร ถามตัวเรานี่แหละ ถามหัวใจเรานี่แหละ ถ้ามันเป็นศีลเป็นธรรมขึ้นมานะ มันมีศีลมีธรรม ถ้ามีศีลมีธรรมนะ สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา มันมีความปกติสุขของมัน มีโภคะมีสมบัติทั้งสิ้น
ทรัพย์สมบัติทางโลก สมบัติผลัดกันชม ผลัดกันทั้งนั้นน่ะ ใครมีสติมีปัญญาขึ้นมาแสวงหามาได้ทั้งนั้นน่ะ เศรษฐีโลกๆ เขาเป็นเศรษฐีโลกเลย เขามีสติปัญญานะ เขามีธุรกิจของเขา เขาทำของเขานะ โลกทั้งโลกใช้สินค้าเขาทั้งนั้นน่ะ โลกทั้งโลกเลยจ่ายตังค์ให้กูคนเดียว เป็นเศรษฐีโลกเลย แล้วเขาอยู่ค้ำฟ้าไหม
สิ่งที่สมบัติผลัดกันชม ถึงยุคถึงคราวสมัยเขาหมด เขาล้าสมัย เขาหมดยุคตกยุค สินค้าเขาไม่มีใครมองเลย เป็นขยะ ขยะอิเล็กทรอนิกเต็มไปหมดเลยนะ แล้วไม่มีที่ทิ้งด้วย ส่งออกขยะ ประเทศด้อยพัฒนามันซื้อไป ซื้อไปเพื่อแยก เพื่อเอาแร่ธาตุไปขาย เพราะอะไร เพราะไม่มีสติปัญญาผลิตสินค้าไง
เขาผลิตสินค้าของเขา สิ่งที่ว่าสมบัติผลัดกันชม สีเลน สุคตึ ยนฺติ ไม่ข้าวยาก สีเลน โภคสมฺปทา หมากก็ไม่แพง ข้าวก็ข้าวมีอยู่ทั่วไป หมากก็หมากมีอยู่ทั่วไป
เราเป็นนักรบ สละความเป็นฆราวาสมาบวชเป็นพระ เป็นพระเป็นนักรบรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยาก รบกับทิฏฐิมานะ รบกับกิเลสของตน ไม่ต้องไปรบกับใคร ปัจจัยเครื่องอาศัยมันเพื่อดำรงชีวิตนี้เท่านั้น นี่วัดที่ไม่ร้าง
วัดร้างไปหมด วัดเต็มไปหมดเลย มีภิกษุเต็มวัดเลย ข้อวัตรปฏิบัติไม่มี ยกให้ฆราวาสเขาจัดการให้หมดเลย นี่ไง ข้าวยากหมากแพง ศีลธรรมไม่มี
ถ้าศีลธรรมมันมี มันทำของมันไง ด้วยน้ำพักน้ำแรงไง ด้วยน้ำพักน้ำแรง เห็นไหม เช้าบิณฑบาตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง นี่ไง สิ่งที่ได้มา ได้มาด้วยสัมมาทิฏฐิความถูกต้องชอบธรรม ถูกต้องชอบธรรม ข้าวยากหมากแพงที่ไหน เขามีขนาดไหนเขาก็จะใส่บาตรพระ ถ้าพระเป็นศีลเป็นธรรม
นี่ไง อนาถบิณฑิกเศรษฐีเวลาทุกข์จนเข็ญใจ แม้แต่ข้าวกับน้ำผักดอง พระผ่านมาไม่ได้ ใส่บาตรหมด จนสิ่งที่อเสขบุคคลไง ภิกษุห้ามเข้าไปบิณฑบาต ถ้าผ่านเข้าไป เขาใส่บาตรหมด ห้ามเลยนะ เสขบุคคล อเสขบุคคลนั่นน่ะ ห้ามเข้าไป ห้ามเข้าไป เข้าไปไม่ได้
เพราะจิตใจเขาเป็นธรรม เขามีศีลมีธรรม แต่เขาข้าวกับน้ำผักดอง เขาเป็นพระโสดาบันนะ เขามีธรรม เขามีศีล เขามีธรรม เขาข้าวยากหมากแพงที่ไหน ทั้งๆ ที่ไม่มีจะกินนะน่ะ แต่ให้คนอื่นก่อน เขาแขวนท้องก็ได้ จนพระพุทธเจ้าต้องบัญญัติเป็นวินัย ห้ามเดินผ่านเข้าไป สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา
เขามีศีลและเขาก็มีธรรม แต่เขาเป็นเศรษฐีแล้ววิบากกรรมของเขาไง สุดท้ายแล้วสิ่งนี้ฟื้นกลับมาได้หมดน่ะ เวลาเขาฟื้นกลับมาแล้ว นั่นก็เป็นคุณสมบัติของเขา
ไอ้เราเป็นนักรบๆ เราจะรบกับกิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน ถ้าเรามีศีล ข้าวไม่ยาก หาอยู่หากินได้ และถ้ามีธรรม หมากก็ไม่แพง
แต่ถ้าเราไม่มีศีลไม่มีธรรม ข้าวยากหมากแพง แล้วข้าวยากหมากแพงก็ดูความทุกข์ความยากของประชาชนเขา คนทุกข์คนจน คนที่ไม่มีหลักในหัวใจของตนไง เวลาขาดแคลนขึ้นมา จะได้มาด้วยความผิดความทุจริตอย่างไรก็ขอให้ได้มา
เวลาคนจน คนทุกข์จนเข็ญใจ เวลาเงินขาดมือ กู้นอกระบบๆ ดอกร้อยเท่า ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทบต้นทบดอก เห็นแล้วสังเวช เห็นแล้วมันเศร้า แต่มันก็เป็นกระแสโลก กระแสสังคม เพราะสังคมเป็นอย่างนั้น สังคมเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร เพราะการทุจริตการคอร์รัปชันทั้งนั้น ถ้าไม่ทุจริตคอร์รัปชัน มันทำผิดกฎหมายอย่างนั้นได้อย่างไร ทำผิดกฎหมายต่อหน้าสังคม ต่อหน้าประชาชนน่ะ มันทำได้อย่างไรถ้าไม่มีการคอร์รัปชัน
ถ้ามันมีการคอร์รัปชันไง คอร์รัปชันซ้อนเข้ามาอีก ทั้งๆ ที่ข้าวยากหมากแพงนะ จนเงินขาด ต้องกู้นอกระบบ ต้องกู้เขาไปทั่ว แล้วถึงเวลาแล้ว คนกินคนไง คนทำนาบนหลังคนไง นี่กระแสสังคม กระแสโลกไง
แต่เรามาบวชเป็นพระ เราไม่ทุกข์จนเข็ญใจแบบเขา เช้าขึ้นมาออกบิณฑบาตเลี้ยงชีพด้วยปลีแข้ง ได้พิจารณาทำกิจของสงฆ์ พิจารณา ฉัน ถ้าไม่ได้ก็เวรกรรมของสัตว์ ไปบิณฑบาตพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ไปวันต่อๆ ไปแล้วกัน ถ้าไม่ได้ก็จะคลานไปไง นี่ไง มีศีล ข้าวขาดแคลนขนาดไหนแต่มีศีล
ถ้ามีธรรมขึ้นมานะ นี่มันเป็นกรรมของสัตว์ ถ้ามีธรรมมันรู้มันเห็นไง มันรู้มันเห็นว่าอำนาจวาสนาของเราแค่นี้ แล้วจากปัจจัยเครื่องอาศัยยังขาดแคลนขนาดนี้ แล้วสติ สมาธิ จะเกิดขึ้นมาอย่างไร มันร้อนไปหมด มันแผดเผาไปในหัวใจทั้งสิ้น มันขาดสติ แล้วก็ทุกข์จนเข็ญใจไง ทำไมเป็นอย่างนี้
แต่ครูบาอาจารย์ของเรานะ ถ้าเจอสภาพแบบนี้ยิ้มเลยนะ มันเป็นวาระและมันเป็นการพิสูจน์บารมีของตน
มีมากมาย พระกรรมฐานน่ะ ใช้เล่ห์ใช้กลอย่างไรก็แล้วแต่ จะเอาอาหารอันประณีต ข้าวยาก จะเอาหมากเอาชันอย่างดี ใช้เล่ห์ใช้กลไง
ในสมัยพุทธกาลนะ เวลาเกิดข้าวยากหมากแพง เวลาพระไปกราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีแต่หนังหุ้มกระดูกมาน่ะ เส้นเลือดโป่งหมดเลย มันมีภิกษุอยู่กลุ่มหนึ่งไง โอ้โฮ! มานะ มีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งเลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถามว่า เธออยู่กันอย่างไร
โอ้! ข้าพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยธรรม บอกว่าองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ไอ้พระอรหันต์บอกองค์นั้นเป็นพระอนาคามี องค์นั้นบอกพระองค์นี้เป็นพระสกิทาคามี โอ๋ย! ชาวบ้านเขาศรัทธา เขาใส่บาตร เขาดูแลรักษา ผิวหนังเปล่งปลั่งไปหมดเลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก พวกเธอมันมหาโจร
นี่ไง เที่ยวยอกันเอง ยกยอกันเอง เป็นมหาโจรไง
ท่านเป็นพระอรหันต์ ไอ้พระอรหันต์ก็บอกองค์นั้นท่านเป็นพระอนาคามี พระต่อพระเยินยอยกยอต่อกัน ประชาชนก็ชื่นชมดีใจ แสวงหาทุกอย่างขึ้นมาทำทาน โอ้โฮ! ผิวหนังเปล่งปลั่งเชียว
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก มหาโจร ติเตียนมากมายมหาศาล อยู่ในพระไตรปิฎก
แต่พระโดยทั่วไปนะ ไปกราบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ หนังหุ้มกระดูกทั้งนั้นเลย นี่เพราะเกิดภัยพิบัติไง
โลกนี้มีสิ่งใดที่มั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลง เรามีสติมีปัญญาของเรา เห็นไหม เรามีสติปัญญาของเรา นั้นเรื่องของโลก โลกหมุนไปไม่มีวันที่สิ้นสุด เพราะโลกนี้เป็นอจินไตย แต่สภาพของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ตลอดเวลาเพราะมันเป็นฤดูกาล มันเป็นเพราะกรรมของสัตว์ มันเป็นเพราะการกระทำของผู้อาศัยอยู่บนโลกนั้น
เราก็เกิดมากับโลกนั้น เราเป็นฆราวาส เราเห็นภัยในวัฏสงสารมาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระเพื่อจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา ทางโลกเขาข้าวยากหมากแพง เราเป็นพระมีศีลมีธรรม ถ้ามีศีลมีธรรมก็เชื่อฟังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลงในธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หัวใจมันจะเป็นธรรม ถ้าหัวใจเป็นธรรมแล้วฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เพราะอะไร เพราะมันมีวงรอบของมันไง
ดูต้นไม้ เห็นไหม วงรอบวงปีของต้นไม้ เราจะเห็นเลยว่าต้นไม้นี้กี่ปี อายุมากน้อยขนาดไหน เรามีสติมีปัญญาของเรา ถ้าเรามีศีลมีธรรมของเรา เรามีขอบมีเขตของเรา เราไม่ทะลุทะลวงออกจากเขตรั้วกั้นของศีล
แล้วถ้าเราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา เรามีสัมมาสมาธิ เรามีธรรมในหัวใจของตน ถ้าเรามีภาวนามยปัญญาขึ้นมาในหัวใจของตน มันจะสมกับความเป็นนักรบไง ความเป็นสมณะ ความเป็นภิกษุสงฆ์ ความเป็น เห็นไหม ไม่วัดร้างไง
ไม่ใช่หัวใจที่ว้าเหว่ หัวใจที่อ้างว้าง แล้วก็ไปกว้านเอาอะไรมาเผาก็ไม่รู้
ถ้ามีสติมีปัญญาจะเคารพบูชาธรรมและวินัย ถ้าเคารพบูชาธรรมและวินัยคืออะไร คือเคารพหัวใจของตนไง คือเคารพพุทธะดวงนี้ไง
เพราะพุทธะดวงนี้มันไม่มีสติไม่มีปัญญา มันไปกว้านเอาเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องของโลกเข้ามาแผดเผา แล้วตัวมันไม่มีไง เป็นคว้าน้ำเหลวไง นี่ไง หมากแพงไง นี่ไง สิ่งที่จินตนาการไง อริยทรัพย์ อริยภูมิไง ข้าวยากหมากแพง หัวใจว้าเหว่ หัวใจอ้างว้าง
แต่ถ้ามีสติมีปัญญานะ ครูบาอาจารย์ของเรา หลวงปู่มั่นอยู่ถ้ำสาริกา ๓ ปี องค์เดียว อยู่องค์เดียวไม่มีใครยุ่งเลย ๓ ปี อยู่ที่ถ้ำสาริกาได้สกิทาคามีและอนาคามี ๓ ปีได้ ๒ ขั้น องค์เดียว อยู่ฝึกหัดตนเท่านั้น ถึงเวลาแล้วนะ คิดถึงหมู่คณะไง กลับไปเพื่อเอาหมู่เอาคณะไง กลับไปเพราะอะไร
เพราะมืดบอดทั้งนั้น หัวใจมืดบอด ข้าวยากหมากแพง ไม่มีศีลไม่มีธรรม ศีลธรรมอยู่ในตำรับตำรา ศีลธรรมโยนให้ตำรา ผู้มีการศึกษาธรรมะไง ศึกษาจบแล้ว รับประกาศนียบัตรแล้ว ธรรมะก็ฝากไว้อยู่ในหนังสือไง แล้วใช้ชีวิตหยำเป ใช้ชีวิตตามความพอใจของตน เป็นพ่อออกจารย์ เป็นครูบาอาจารย์ เป็นผู้ที่ทรงคุณธรรม
ข้าวยากหมากแพง ว้าเหว่และขี้ทุกข์ขี้ยาก แล้วเวลาสิ้นชีวิตนี้ไปนะ ปากนรกนะ มีแท่งเหล็กเท่าลำตาล ผ้ากาสาวพัสตร์ ธงชัยพระอรหันต์ตกนรกไม่ได้ จะไปพาดอยู่บนปากนรกนั่นน่ะ แล้วตัวเองลงไปตามเวรตามกรรมของสัตว์ จนแท่งที่เป็นเหล็กเท่าลำตาลแอ่นเลยล่ะ
นี่ไง ถ้าข้าวยากหมากแพง แล้วใช้ชีวิตตามแต่กิเลสตัณหาความทะยานอยากในหัวใจของตน ผลลัพธ์ของมันมีแต่ความแผดเผาทั้งนั้น
แต่ถ้าเป็นครูบาอาจารย์เรานะ นี่ไง ทรงศีลทรงธรรม พอทรงศีลทรงธรรมขึ้นมามีแต่ความปกติสุข คนเขาจะกราบเขาจะไหว้ เขาพยายามจะเข้าไปแสวงหาท่านนะ ต้องซื้อทางเข้าไปนะ เข้าถึงตัวท่านไม่ได้เลย
หลวงตาพระมหาบัวท่านพูด ถ้าพูดถึงทางโลก หลวงปู่มั่นเหมือนกับผ้าขี้ริ้ว คำว่า “ผ้าขี้ริ้ว” ผ้าเช็ดเท้าของบ้านของแต่ละบุคคล เป็นสมบัติที่ต่ำค่าที่สุดคือผ้าขี้ริ้ว ถ้าทางโลก แต่ถ้าทางธรรมนั้นเศรษฐีธรรม เศรษฐีคุณธรรม เพราะท่านปกติสุขของท่านไง ท่านวิหารธรรมไง อยู่ในวิหารธรรม สติสัมปชัญญะสมบูรณ์แบบ ไม่มีสิ่งใดเข้ามากล้ำกรายสิ่งที่เป็นวิหารธรรมในใจดวงนั้นได้ เทวดา อินทร์ พรหม มาขออาราธนาฟังเทศน์ฟังธรรมตลอดเวลา
เทวดา อินทร์ พรหม โอ้โฮ! พวกเรากราบไหว้บูชายกย่องสรรเสริญมากมาย กลับมาฟังเทศน์หลวงปู่มั่น
สิ่งที่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา วิหารธรรมอันนั้นมันยิ่งใหญ่ไง มันยิ่งใหญ่ มันเหนือวัฏฏะ เหนือกามภพ รูปภพ อรูปภพ
แล้วเราล่ะ
เราเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส เห็นภัยในวัฏสงสารมาบวชเป็นพระ บวชเป็นพระแล้วเลือกเฟ้นหาสิ่งที่เราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นตามความเป็นจริงในหัวใจของตน
ถ้ามันมีศีลมีธรรมขึ้นมาไง ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมานะ มันอบอุ่นของมันไง ถ้ามีศีลอยู่ในป่าในเขานี่สบายมากนะ
โอ๋ย! เขาบอกว่าต้องมีวิชานะ เข้าป่าต้องมีวิชา
ไอ้เรามีศีล ๒๒๗ นี่ กูก็อยู่ในป่ามาเหมือนกันน่ะ เผชิญมาเยอะแยะไปหมด สัตว์ป่าก็คือสัตว์ป่า ทั้งเสือทั้งช้าง สิ่งลึกลับซับซ้อน เพราะอะไร
เพราะมันอยู่ที่วาสนาของคน บางคนนะ ก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยเหมือนกัน อยู่ได้โดยไม่รู้ไม่เห็น แต่ถ้าคนมีวาสนานะ มันมีการทดสอบไง มันมีการทดสอบว่าหัวใจมั่นคงหรือไม่ หัวใจตื่นกลัวหรือไม่
อย่างเราเข้าไป เข้าไปในป่าในเขา เสือธรรมชาติก็มี เสือเทพก็มี เสือเทพ เสือเทพเข้ามาทดสอบ อย่างเช่น เราฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมามันกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม จะมีสิ่งนั้นเข้ามาส่งเสริม
เวลาเทวดา อินทร์ พรหม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ เทวดา อินทร์ พรหมส่งข่าวเป็นชั้นๆๆ ขึ้นไป เขาปรารถนาไง เขาต้องการไง เขาอยากได้ของดีไง เขาอยากได้ของดี ของจริง ของที่สะอาดบริสุทธิ์ เขาทดสอบ เวลาทดสอบขึ้นมา สิ่งนั้นมันเข้าส่งเสริม
แต่ถ้าเป็นเรานะ ไปเจออย่างนั้นวิ่งหาจุกตูดเลย
ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ดีงามทั้งนั้น ถ้ามีศีลมีธรรมขึ้นมานะ คำว่า“มีธรรมขึ้นมา” มันไม่ตื่นกลัวใดๆ ทั้งสิ้น ศีล ๒๒๗ ถ้ามีเวรมีกรรมต่อกัน เพราะมีศีลมีธรรม มันเชื่อ เชิญเลย ถ้ามีเวรมีกรรมต่อกันนะ มันให้ผลทั้งนั้นน่ะ ถ้าไม่มีเวรมีกรรมต่อกัน เชิญ แล้วถ้าเป็นธรรม คุ้มครองด้วย
หลวงปู่ชอบไง เพชรบูรณ์ ไปสวดมนต์ นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นี่เวลาสวดมนต์ไง เวลาถึงเวลาจะย้ายสถานที่ไปไง เทวดาเข้านิมิตเลย โอ๋ย! ท่านอาจารย์ นิมนต์ให้อยู่ที่นี่เถอะ ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ โอ้โฮ! เวลาทำวัตรสวดมนต์มันกังวาน มันไพเราะเพราะพริ้ง มันมีความสุข
เราเคยมีศีลมีธรรมอย่างนั้นไหม เราเคยทำประโยชน์กับตัวเราเองบ้างไหม
เหงื่อไหลไคลย้อยข้อวัตรปฏิบัติเพื่อความมั่นคงของจิตดวงนี้ จิตดวงนี้มันมีวิหารธรรม มันมีความปกติสุขของมัน แล้วมันทำด้วยความชื่นบานนะ เพราะอะไร เพราะบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา ข้อวัตรปฏิบัติก็คือศีลไง ทำบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำด้วยความเคารพ
ดูตรุษจีนสิ ดูปีใหม่สิ เขาสังสรรค์กันนั้นมันคืออะไรน่ะ ตรุษจีน เขาไหว้พระ เขาไหว้ปู่ย่าตายาย กตัญญูกตเวที เขาไหว้ ระลึกถึง
ไอ้ของเรา ถ้าเราทำข้อวัตรปฏิบัติ เราระลึกถึงคำอบรมบ่มเพาะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศีลและธรรม เราทำข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมา เราบูชาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นที่ท่านอบรมบ่มเพาะ ที่ท่านทำเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่อบรมบ่มเพาะธรรมดานะ ทำเป็นแบบอย่างนะ ทำให้เราเห็นเป็นการประพฤติปฏิบัตินะ แล้วเราทำด้วยความเคารพบูชา นี่ถ้าเราเป็นพระไง ถ้ามันมีศีลมีธรรมไง
เราทำเพื่ออะไร เหงื่อไหลไคลย้อยเลยนะ โอ๋ย! เหนื่อยฉิบหายเลย แต่ชื่นบานน่ะ เราทำเคารพบูชาครูบาอาจารย์ของเราเพื่อฝึกหัดให้จิตใจเข้มแข็ง เราทำเคารพครูบาอาจารย์ว่าให้จิตใจมันมีวุฒิภาวะ แล้วเวลาเราไปฝึกหัดปฏิบัตินั่งสมาธิภาวนา เออ! มันมีที่มาที่ไปไง
ไอ้นี่ทิ้งๆ ขว้างๆ ถึงเวลาว่ากูจะนั่งภาวนา
ภาวนาอะไรวะ แล้วเริ่มต้นตรงไหน นั่งลงไปก็สะดุ้งแล้ว พอเข้าทางจงกรมแหยงเลย อู๋ย! ภาวนาอะไร
แต่ถ้าเราเคารพบูชานะ เห็นทางจงกรมนะ ไม่ต้องเห็นหรอก ทำข้อวัตรอยู่ ระลึกถึงเลย เดี๋ยวจะไป ตรงนั้นๆ แล้วจะเอาเต็มที่ เอาเต็มที่ด้วย
นี่ไง การฝึกหัดการประพฤติปฏิบัติมันเริ่มต้นตั้งแต่ภายนอก เริ่มต้นตั้งแต่เราบำรุงรักษา หน่อของพุทธะ รดน้ำพรวนดินแล้วมันจะเติบโตขึ้นมา
ถ้าหน่อของพุทธะไม่รดน้ำพรวนดิน มันจะเติบโตได้ไหม ปล่อยมันตากแดดตากฝน ตากแดดนะ ปล่อยให้แดดมันแผดเผานะ ให้มันแห้งแล้งนะ ให้มันอยู่ที่ดินดานนั่นนะ มันไม่ใช่พลาสติกมันจะได้เกิดได้ มันเป็นหน่อไม้ มันต้องอยู่ในพื้นที่ชื้น มันต้องมีภูมิอากาศ มันไม่ใช่พลาสติกเอามาตั้งไว้เว้ย แล้วมันโตขึ้นมาเลย เออ! โลกมันเจริญไง
ข้าวยากหมากแพงทำให้คนทุกข์คนยาก ขาดศีลขาดธรรม ขาดความปกติสุข
สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภคสมฺปทา ศีลคือความปกติสุข ศีลมีโภคสมบัติของตน มีคุณสมบัติแล้วมีความภูมิใจ มีความภูมิใจนะ แล้วปลอดโปร่งโล่งโถง
เวลาทบทวนจิตใจของตน นั่นก็ทำแล้ว นี่ก็ทำแล้ว สิ่งที่ครูบาอาจารย์อบรมบ่มเพาะมาก็ได้สืบต่อ แล้วหัวใจมันก็มีคุณค่าขึ้นมาไง หัวใจมีคุณค่าขึ้นมามันก็มีสติไง
โอ๋ย! ทุกข์เจียนตาย สตินี่กระเจิดกระเจิง หัวใจก็ว้าเหว่เป็นอากาศธาตุ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันน่ะ แต่ถ้ามันมีศีล ถ้ามีธรรม กายกับใจไง เวลาฝึกหัดปฏิบัติ จิตตภาวนาเว้ย ไม่ใช่ตูดภาวนา ก้นนั่งนี่ตูดภาวนา เขาภาวนาเขาเอาจิตไง จิตสงบ ตูดด้านเลย
หลวงตาพระมหาบัวท่านบอกว่า นั่งจนก้นด้าน นั่งจนเลือดซิบๆ เลย
ครูบาอาจารย์ที่ท่านปฏิบัติมาท่านปฏิบัติอย่างนั้น แล้วท่านมีคุณธรรมในหัวใจของท่าน แล้วถึงเวลาทุกๆ องค์ยิ้มเลย พอใจความเพียรของตัว พูดถึงความเพียรแล้วอิ่มใจพอใจ ไม่ใช่ว่าเรา โอ๋ย! แหยงเลยนะ เห็นทางจงกรมนี่วิ่งหนีเลย นั่งสมาธิ โอ๋ย! เข็ดขี้อ่อนขี้แก่
แต่ครูบาอาจารย์เราภูมิใจ เพราะมีศีล สีเลน สุคตึ ยนฺติ สีเลน โภค มีสมบัติ สีเลน โภคสมฺปทา มีปกติสุข มีสมบัติของตน แล้วพอมีสมบัติของตนมันก็รักษาศีล รักษาข้อวัตรปฏิบัติ มันก็ภูมิใจใจของตน ใจของตนมันก็เป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส เป็นบุตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นธรรมทายาท ทายาทโดยธรรม ทายาทแบบไม่ขอใคร ไม่อ้อนวอนใคร แล้วใครให้ไม่ได้
ทายาทโดยธรรมมีศีล มีสมาธิ มีธรรม มีธรรมในหัวใจของตน เอวัง